Jittrin's posts with tag: mathematic
What are tags? You can give your posts a "tag", which is like a keyword. Tags help you find content which has something in common. You can assign as many tags as you wish to each post.
~*~ 1 ~*~ จงหาค่าของ C(100,51)+C(100,52)+C(100,53)+...+C(100,100) ก. (2^100) - (2^50) ข. (2^100)/2 - 2^50 ค. [(2^100) - C(100,50)]/2 ง. 100(2^50)
~*~ 2 ~*~ จงหาค่าของ C(100,0)-C(100,1)+C(100,2)-...+C(100,100) ก. 2^50 ข. 100! ค. C(100,50) ง. 0
--* เฉลย *-- ~*~ 1 ~*~ ตอบ ค. [(2^100) - C(100,50)]/2 จาก (x+y)^n = C(n,0)(x^n) +C(n,1)(x^(n-1))(y^1)+C(n,2)(x^(n-2))(y^2)+...+C(n,n)(y^n) คราวนี้เราแทนค่า x=1 และ y = 1 จะได้ว่า (1+1)^n = C(n,0)(1^n) +C(n,1)(1^(n-1))(1^1)+C(n,2)(1^(n-2))(1^2)+...+C(n,n)(1^n) 2^n = C(n,0) +C(n,1)+C(n,2)+...+C(n,n) นั่นคือ C(n,0) +C(n,1)+C(n,2)+...+C(n,n) = 2^n คราวนี้เราจะได้ว่า C(100,0)+C(100,1)+C(100,2)+...+C(100,100) = 2^100 คราวนี้เราจับคู่จะได้ C(100,0) = C(100,100) C(100,1) = C(100,99) C(100,2) = C(100,98) . . . C(100,49) = C(100,51) แล้วจะเหลือ C(100,50) อีก 1 ตัว ดังนั้นจึงได้ว่า C(100,0)+C(100,1)+C(100,2)+...+C(100,100) = C(100,100)+C(100,99)+C(100,98)+...+C(100,52)+C(100,51)+C(100,50)+C(100,51)+C(100,52)+...+C(100,100) = 2 x [ C(100,100)+C(100,99)+C(100,98)+...+C(100,52)+C(100,51) ] +C(100,50) จึงได้ว่า C(100,100)+C(100,99)+C(100,98)+...+C(100,52)+C(100,51) = { [ C(100,0)+C(100,1)+C(100,2)+...+C(100,100) ] - C(100,50) }/2 = { ( 2^100 ) - C(100,50) }/2 F-i-N-1-s-h
~*~ 2 ~*~ ตอบ ง. 0 จาก (x+y)^n = C(n,0)(x^n) +C(n,1)(x^(n-1))(y^1)+C(n,2)(x^(n-2))(y^2)+...+C(n,n)(y^n) ครั้งนี้เราแทนค่า x = 1 และ y = -1 และ n = 100 จะได้ว่า (1-1)^100 = C(100,0)(1^100) +C(100,1)(1^(100-1))((-1)^1)+C(100,2)(1^(100-2))((-1)^2)+...+C(100,100)((-1)^100) 0 = C(100,0)+C(100,1)(-1)+C(100,2)((-1)^2)+...+C(100,100)((-1)^100) = C(100,0)-C(100,1)+C(100,2)-...+C(100,100) เจ๋งปะล่ะ เหอะๆ
-=- 1 -=- หากว่ามีข้อมูลอยู่ 10 ข้อมูล ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเลขคณิตเป็น 52 ถ้าหากว่าพิมพ์ข้อมูลผิด จากเดิมควรเป็น 62 กลับพิมพ์เป็น 68 ค่าเฉลี่ยที่ถูกต้องควรเป็นเท่าใด ก. 51.4 ข. 51.6 ค. 52.4 ง. 52.6 -=- 2 -=- จากตาราง จากตาราง
| อายุ(ปี) | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | | จำนวนคน | 4 | 6 | A | 5 | 1 | 2 |
หากค่าเฉลี่ยเลขคณิตของอายุเป็น 19.95 จงหาค่า A ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 -=- 3 -=- กำหนดให้ x1,x2,x3,...,x10 มีค่าเป็น 5,6,a,7,10,15,5,10,10,9 ตามลำดับ โดยที่ a<15 ถ้าพิสัยของข้อมูลชุดนี้เท่ากับ 12 b เป็นจำนวนจริงที่ทำให้ Sigma (xi-b)^2 มีค่าน้อยที่สุด และ c เป็นจำนวนจริงที่ทำให้ Sigma |xi-b| มีค่าน้อยที่สุด แล้ว a+b+c มีค่าเท่าใด ก. 15 ข. 19 ค. 21 ง. 29 -=- 4 -=- ข้อมูลชุดหนึ่งประกอบด้วย x1,2,x3,...,x13 โดยที่ xn = |5-n| เมื่อ n=1,2,3,...,13 จำนวนจริง a ที่ทำให้ Sigma |xn-a| มีค่าน้อยที่สุดเท่ากับเท่าใด ก. 2 ข. 2.5 ค. 3 ง. 3.5 -=- 5 -=- ถ้าตารางแจกแจงความถี่ของข้อมูลชุดหนึ่ง ซึ่งมีความกว้างของแต่ละอันตรภาคชั้นเท่ากัน เป็นดังต่อไปนี้ | ชั้นที่ | จุดกึ่งกลางของอันตรภาคชั้น | ความถี่สะสม | | 1 | - - - | 8 | | 2 | - - - | 16 | | 3 | - - - | 36 | | 4 | 25 | 40 | | 5 | 30 | 50 | ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและค่ามัธยฐานคือข้อใดต่อไปนี้ตามลำดับ ก. 19 , 19.75 ข. 19 , 17.75 ค. 20 , 19.75 ง. 20 , 17.75 -=- 6 -=- ให้ x1,x2 ,x3,x4,x5 เป็นข้อมูลชุดหนึ่งซึ่งมีค่าเฉลี่ยเลขคณิตเท่ากับ 6 ถ้า Sigma (xi-b)^2 = 30 แล้วส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลชุดดนี้เท่ากับเท่าไร ก. sqrt[2] ข. 2 ค. sqrt[6] ง. 2*sqrt[2] -=- 7 -=- ข้อมูลชุดหนึ่งมี 5 จำนวน มีฐานนิยม มัธยฐาน และค่าเฉลี่ยเลขคณิตเป็น 15,16 และ 17 ตามลำดับและพิสัยของข้อมูลชุดนี้เท่ากับ 5 ความแปรปรวนของข้อมูลชุดนี้มีค่าเท่ากับข้อใดต่อไปนี้ ก. 31/5 ข. 24/5 ค. 22/5 ง. 19/5 -=- 8 -=- ข้อมูลชุดหนึ่งเรียงลำดับจากน้อยไปมากได้เป็น 10 , 20 , 30 , 30 , a , b , 60 , 60 , 90 , 120 ถ้าฐานนิยมและมัธยฐานของคะแนนชุดนี้เป็น 30 และ 40 ตามลำดับ แล้ว 11 , 22 , 33 , 34 , a+5 , b+6 , 67 , 68 , 99 , 130 ข้อมูลชุดนี้มีค่าเฉลี่ยเลขคณิตเท่ากับเท่าใด ก. 50 ข. 55.5 ค. 60 ง. 60.5 -=- 9 -=- ถ้า sigma (xi) = -8 sigma (yi) = 4 และ sigma [(5-xi)(yi+2)] = 76 แล้ว sigma [(xi)(yi)] เท่ากับข้อใดต่อไปนี้ ก. -60 ข. -30 ค. 30 ง. 60 -=- 10 -=- ข้อมูลชุดหนึ่งมี 5 ตัว โดยที่ตัวแรกคือ 30 มีพิสัยเป็น 15 มีฐานนิยมเป็น 35 มีมัธยฐานเป็น 35 มีค่าเฉลี่ยเลขคณิตเป็น 37 แล้วค่าความแปรปรวนเป็นเท่าใด ก. 23 ข. 24 ค. 25 ง. 26 คำตอบอยู่ด้านล่าาาางงงงงงง - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 1.ก 2.ข 3.ข 4.ค 5.ค 6.ก 7.ค 8.ข 9.ง 10.ง ขออภัยที่ไม่ได้เฉลยละเอียด เนื่องจากความวุ่นวานในการใช้ยกกำลัง ซิกมา รูท และความ*เกี*จส่วนตัว จะชดเชยให้ในงานทวินามนะ
==++~[ ข้อที่ 1 ]~++== กล่องใบหนึ่งมีบอลสีแดง 24 ลูก ที่เหลือเป็นสีขาวและเขียวถ้าสุ่มหยิบขึ้นมา 1 ลูก ความน่าจะเป็นที่จะได้สีขาวหรือเขียวเป๊น 5/6 และความน่าจะเป็นที่จะได้สี เขียวหรือแดงเป็น 3/4 มีลูกบอลสีเขียวกี่ลูก ก. 36 ลูก ข. 60 ลูก ค. 72 ลูก ง. 84 ลูก
==++~[ ข้อที่ 2 ]~++== วามน่าจะเป็นที่จะสอบผ่านวิชาคณิตศาสตร์เท่ากับ 2/5 และสอบผ่านอังกฤษเท่ากับ 1/3 ถ้าความน่าจะเป็นที่จะสอบผ่านอย่างมาก 1 วิชาเท่ากับ 13/15 แล้วความน่าจะเป็นีท่จะสอบผานอย่างน้อย 1 วิชาเป็นเท่าใด ก. 7/15 ข. 4/15 ค. 3/5 ง. 1/5
==++~[ ข้อที่ 3 ]~++== ความน่าจะเป็นที่จะโยนเหรียญปกติได้หน้าหัวติดต่อกัน 3 ครั้งเป็นเท่าใด ก. 1/6 ข. 1/3 ค. 1/8 ง. 1/9
==++~[ ข้อที่ 4 ]~++== หากมีเหรียญซึ่งมีโอกาสออกหน้าหัวเป็น 3 เท่าของหน้าก้อย ในการโยนเหรียญ 3 ครั้ง จะมีความน่าจะเป็นที่จะโยนได้หัวติดต่อกันเท่าไร ก. 1/9 ข. 1/27 ค. 8/27 ง. 27/256
==++~[ ข้อที่ 5 ]~++== ในการทอยลูกเต๋าที่แตกต่างกัน 2 ลูก 1 ครั้ง จงหาความน่าจะเป็นที่จะได้ผลรวมของแต้มเป็นเลขคู่ ก. 1/2 ข. 1/3 ค. 2/3 ง. 1/6
~!*-|- เฉลย -|-*!~ (โจทย์กระจอกไปหน่อย เนื่องจากทำไม่ทัน -*- เฉลยละเอียดเด๋วจะทำให้ในอนาคต)
1. ง. 84 ลูก 2. ค. 3/5 3. ค. 1/8 4. ง. 27/256 5. ก. 1/2
____ข้อที่ 1____
จงหาจำนวนผลเฉลยของ xyz = 1,000 โดยที่ x,y,z เป็นจำนวนเต็มบวก ก. 100 วิธี ข. 50 วิธี ค. 25 วิธี ง. 8 วิธี
____ข้อที่ 2____
จงหาจำนวนผลเฉลยของ abcd = 10,000 โดยที่ a,b,c,d เป็นจำนวนเต็มใดๆ ก. 7x8!/4! วิธี ข. 7x(7!/4!3!)^2 วิธี ค. 7x(8!/3!5!)^2 วิธี ง. (7x7!/3!)^2 วิธี
____ข้อที่ 3____
หากเหรียญ 1 บาทอยู่ 10 เหรียญ นำเหรียญไปหยอดกระปุก 3 กระปุกโดยที่ต้องหยอดอย่างน้อยกระปุกละ 1 เหรียญและต้องหยอดจนกว่าเหรียญจะหมด จะเลือกหยอดได้กี่วิธี ก. C(10,3) ข. C(12,10) ค. C(9,7) ง. 10!/3!
____ข้อที่ 4____
หากมีส้มอยู่ 10 ผล จะแบ่งออกเป็น 3 กองอย่างน้อยกองละ 2 ผลได้กี่วิธี ก. 17,850 วิธี ข. 18,500 วิธี ค. 18,750 วิธี ง. 19,750 วิธี
____ข้อที่ 5____
มีนักเรียนอยู่ 120 คน แบ่งขึ้นรถ 3 คัน ซึ่งจุได้ไม่เกิน 40 คน/คัน หากรถแต่ละคันถือว่าเหมือนกัน จะมีวิธีแบ่งเด็กขึ้นรถกี่วิธี ก. (120!/4!3!)^3 วิธี ข. 120!/3!((4!)^3) วิธี ค. 120!/4!(3!)^3 วิธี ง. 120!/4!(3!)^4 วิธี
เฉลย(ทำแบบละเอียดไม่ไหว เดี๋ยวทำไม่ทัน - -* ถ้ามีโอกาสจะกลับมาแก้)
1. ตอบ ก. 100 วิธี 2. ตอบ ข. 7x(7!/4!3!)^2 วิธี 3. ตอบ ค. C(9,7) 4. ตอบ ก. 17,850 วิธี 5. ตอบ ข. 120!/3!((4!)^3) วิธี
~\_/ ข้oที่ 1 \_/~ ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ฉลองเปิดร้านครบรอบ 20 ปีด้วยการให้ลูกค้าจับคูปอง 2 ใบ จากคูปอง 12 ใบ โดยมีใบละ 50 บาท 5 ใบ ใบละ 100 บาท 3 ใบ ใบละ 200 บาท 3 ใบ และใบละ 500 บาท 1 ใบ ลูกค้าคนหนึ่งจะสามารถหยิบคูปองแล้วมีมูลค่ารวมมากกว่า 300 บาทได้กี่วิธี ก. 11 วิธี ข. 14 วิธี ค. 20 วิธี ง. 23 วิธี
~\_/ ข้oที่ 2 \_/~ ในการหยิบไพ่ออกมา 5 ใบ มีโอกาสเท่าใดที่จะได้ไพ่เรียงกันและมีดอกเดียวกัน (ลำดับในการเรียงไพ่เป็น A 2 3 4 5 6 7 8 9 10 J Q K) ก. 32 วิธี ข. 36 วิธี ค. 40 วิธี ง. 44 วิธี
~\_/ ข้oที่ 3 \_/~ ให้ A={1,2,3,4,...,50} หากเราสุ่มหยิบสามชิกในเซต A มา 4 ตัว จะมีกี่วิธีที่ใน 4 ตัวนี้จะมีตัวที่หารด้วย 2 ลงตัว 2ตัว และหารด้วย 5 ลงตัว 1 ตัว ก. 34,000 วิธี ข. 36,000 วิธี ค. 38,000 วิธี ง. 40,000 วิธี
~\_/ ข้oที่ 4 \_/~ มีรองเท้าและถุงเท้าแตกต่างกันอยู่อย่างละ 5 คู่ หากสุ่มหยิบถุงเท้า 3 ข้างและรองเท้า 3 ข้าง จะมีกี่วิธีที่ได้ถุงเท้าคู่เดียวกันและรองเท้าคู่เดียวกัน ก. 1,200 วิธี ข. 1,400 วิธี ค. 1,600 วิธี ง. 1,800 วิธี
~\_/ ข้oที่ 5 \_/~ 3C(n,3) = C(n,1) n มีค่าเท่าใด ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4
*-_./.~เฉลย~.\._-* ~\_/ ข้oที่ 1 \_/~
--ตoบ-- ข. 14 วิธี
กรณีที่จะได้มากกว่า 300 มี 1) ได้ 500 บาทแล้ว 1 ใบ ที่เหลือเป็นอะไรก็ได้ ดังนั้นได้ C(11,1) = 11 วิธี 2) ได้ 200 บาท 2 ใบ ทำได้ C(3,2) = 3 วิธี 1)+ 2) ได้ 11+3 ช 14 วิธี
~\_/ ข้oที่ 2 \_/~
--ตoบ-- ข. 36 วิธี
เลือกดอกได้ C(4,1) = 4 วิธี แต้มเรียงกันมี 9 แบบคือ (1-5),(2-6),(3-7),...,(9-K) เนื่องจากลำดับในการได้ไพ่ไม่มีผล จึงมีอยู่ 9 วิธี ดังนั้นการได้ไพ่ดอกเดียวกันและแต้มเรียงกันจึงมี 4x9 = 36 วิธี
~\_/ ข้oที่ 3 \_/~
--ตoบ-- ค. 38,000 วิธี
แบ่งเป็น 2 กรณีคือ 2 ตัวที่หาร 2 ลงตัว กับ 1 ตัวที่หาร 5 ลงตัว เป็นคนละตัวกัน ได้ว่าเลือกได้ C(20,2)xC(5,1)xC(20,1) = 19,000 วิธี กรณีที่ 2 คือ มี 1 ตัวที่หารได้ทั้ง 2 และ 5 และอีกตัวหารได้เฉพาะ 2 และอีก 2 ตัว หารไม่ลงทั้ง 2 และ 5 เลือกได้ C(20,1)xC(5,1)xC(20,2) = 19,000 วิธี รวมเลือกได้ 19,000 + 19,000 = 38,000 วิธี
~\_/ ข้oที่ 4 \_/~
--ตoบ-- ค. 1,600 วิธี
เลือกว่าจากถุงเท้า 5 คู่จะให้คู่ไหนถูกหยิบ และอีก 8 ข้างที่เหลือ เลือกมา 1 ข้าง เลือกได้ C(5,1)xC(8,1) = 40 วิธี เลือกว่าจากรองเท้า 5 คู่จะให้คู่ไหนถูกหยิบออกมา และอีก 8 ข้างที่เหลือ เลือกออกมา 1 ข้าง เลือกได้ C(5,1)xC(8,1) = 40 วิธี ดันั้นทำ 2 ขั้นตอนต่อเนื่องกันได้ 40 x 40 = 1,600 วิธี
~\_/ ข้oที่ 5 \_/~
--ตoบ-- ค. 3
3C(n,3) = C(n,1) n!3/(3!(n-3)!) = n!/(n-1)! 3/6(n-3)! = 1/(n-1)! (n-1)!/(n-3)! = 6/3 (n-1)(n-2) = 2 n-1 = 2 ^ n-2 = 1 ดังนั้น n = 3
เรื่องนี้สำหรับเราถือว่าเป็นอาวุทใหม่เลย เพิ่งได้มาจากตอนเรียนกับ อ. เชาวลิตเนี่ยแหละ วิธีใช้กับวิธีอธิบายนั้นยากอ่ะ แต่ลอกพยายามทำความเข้าใจแล้วนำไปใช้ดูนะ
เราก็ไม่รู้ชื่อที่เป็นสากลของมันหรอก แต่ขอเรียกว่า การจัดเรียงแบบที่มีการกำหนดลำดับ วิธีใช้คือ
1. กลุ่มใดที่จะต้องเรียงลำดับกันให้เปลี่ยนเป็นตัวอักษรหรืออะไรก็ได้ที่เหมือนๆกัน หากมีมากกว่า 1 กลุ่มให้เปลี่ยนเป็นหลายๆตัวอักษร โดยที่คนละกลุ่มต้องเป็นคนละตัวอักษร
2. นำทั้งหมดไปจัดเรียง ผลที่ได้นั้นคือคำตอบทันที หากต้องการให้เห็นชัดให้ทำในขั้นที่ 3 ต่อ
3. ในแต่ละกรณีให้เราแทนกลับโดยแทนแบบกลุ่มใครกลุ่มมัน และเรียงลำดับกันในกลุ่มตามที่เราต้องการ
บางคนอ่านแล้วอาจจะงงๆ ลองมาดูตัวอย่างละกัน
หากว่ามีนักเรียนชายอยู่ 5 คน นักเรียนหญิง 6 คน อาจารย์ 3 คน ถ้านำทุกคนไปยืนเป็นแถวหน้ากระดานโดยยืนผสมกันเลยและนักเรียนชายยืนเรียงตามความสูง และอาจารย์สืนเรียงตามความอาวุโส จะมีวิธียืนกี่วิธี ข้อนี้เราจะเห็นว่านักเรียนชายกับอาจารย์ถูกกำหนดลำดับ แต่การเรียงลำดับของอาจารย์กับของนักเรียนชายนั้นแยกกัน ดังนั้นจะถือว่าอาจารย์กับนักเรียนชายเป็นคนละกลุ่มกัน คราวนี้เราก็ให้อาจารย์เป็น A ดังนั้นจะมี A อยู่ 3 และให้นักเรียนชายเป็น B ดังนั้นจะมี B อยู่ 5 มีคนที่จะยืนทั้งหมด 5+6+3 = 14 คน ดังนั้นมีวิธีจัดเรียง 14!/3!5! วิธี นี่คือคำตอบ ถ้าหากเราจะทนกลับ เราก็ให้ A ตัวแรกเป็นอาจารย์ที่อาวุโสที่สุด แล้วต่อๆมาก็ลดหลั่นกันไป และให้ B ตัวแรกเป็นนักเรียนชายที่สูงที่สุด แล้วก็ลดหลั่นกันไป
ก็มีเรื่องจะบอกแค่นี้แหละ หากไม่เข้าใจก็มาถามเอาละกัน นี่คือโจทย์ให้ลองทำดูนะ เนื่องจากไม่ยากมากจึงไม่แสดงวิธีทำให้ดูนะ
1. หากมีเลข 1 - 10 นำมาเรียงลำดับโดยที่เลขคู่จะต้องเรียงจากมากไปน้อย ทำได้กี่วิธี 2. ในการเรียนวิชาหนึ่งมีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กถุ่มกลุ่มละ 6 คน หากว่าทุกกลุ่มถูกเรียกออกมายืนเรียงเป็นแถวหน้ากระดานรวมกัน โดยที่กลุ่ม 1 ยังคงเรียงตามความสูงอยู่ จะมีวิธียืนกี่วิธี
คำตอบ 1. 10!/5! 2. 30!/6!
-**~[ ให้เลขโดด 1 ถึง 9 จงตอบคำถามข้อ 1 - 4 ] ~**- 1. นำมาสร้างเลข 9 หลัก โดยที่เลขไม่ซ้ำและเลขนั้นหารด้วย 3 ลงตัว
ก. 9!/3! ข. 9!/3 ค. 9!/3 + 9!/6 ง. 9!
2. นำมาสร้างเลข 9 หลัก โดยที่เลขไม่ซ้ำและเลขนั้นหารด้วย 4 ลงตัว
ก. 8! ข. 9!/4! ค. (2^4)x7! ง. 4x7!
3. นำมาสร้างเลข 9 หลัก โดยที่เลขไม่ซ้ำและเลขนั้นหารด้วย 6 ลงตัว
ก. 8!/(2!3!) ข. 7!2! ค. 9! ง. 8!4
4. นำมาใส่ลงตารางขนาด 3x3 โดยที่เลขไม่ซำกัน และการหมุนตารางไม่ถือเป็นวิธีใหม่ จะทำได้กี่วิธี
** การหมุนตาราง เช่น 1 2 3 3 6 9 4 5 6 >>> 2 5 8 7 8 9 1 4 7 ก. 8! ข. 9!/8 ค. 8!9/4 ง. 7!9
5. หากแมงมุนจะใส่ถุงเท้าและรองเท้า จะมีขั้นตอนในการใส่กี่แบบ
ก. 8!8! ข. 16!/8!8! ค. 8!2 ง. 16!/(2!)^8
\_\_\_\ เฉลย/_/_/_/
1. ง. 9! อันนี้ใช้เคล็ดเรื่องการหารด้วย 3 คือหากผลบวกสุดท้ายของเลขโดดของจำนวนใดๆเป็น 3,6 จำนวนนั้นๆจะหารด้วย 3 ลงตัว และ ถ้าหากบวกได้ 9 จำนวนนั้นจะหาร 9 ลงตัว เนื่องจากเลข 9 หลักอันนี้มีผลบวกของเลขโดดเป็น 1+2+3+...+9 = (9)(10)/2 = 45 ==> 4+5 = 9 ดังนั้นไม่ว่าเราจะนำเลขโดดทั้ง 9 นี้ไปสร้างจำนวน 9 หลักอย่างไร จำนวนนั้นก็จะหาร 3 ลงตัว
2. ค. (2^4)7! ให้เราแบ่งเป็น 2 กรณี คือ 1) 8 หลักหน้าเป็นเลขคี่ เวลานำ 2 ไปหาร จะเหลือเศษ 1 แล้วจะไปทดกับหลักที่ 9 ซึ่งหากหลักที่ 9 ลงท้ายด้วย 2,6 ก็จะได้ว่าผลหารจะเป็นจำนวนคู่ ดังนั้นสร้างจำนวนได้ (5)(2)(7!) วิธี 2) 8 หลักแรกเป็นเลขคู่ ดังนั้นผลหารจะเป็นคู่หรือคี่ให้ดูที่หลักสุดท้าย หากหลักสุดท้ายเป็น 4,8 ก็จะได้ผลหารเป็นจำนวนคู่ ดังนั้นสร้างได้ (2)(3)(7!) วิธี เนื่องจากผลจากการหารด้วย 2 เป็นจำนวนคู่ จะได้ว่าเราสามรถนำ 2 ไปหารได้อีกครั้ง นั่นคือจำนวนนั้นมี 2x2 = 4 เป็นตัวประกอบ ดังนั้นจึงสร้างจำนวนที่หารด้วย 4 ลงตัวได้ 7!10+7!6 = (16)7! = (2^4)7! วิธี
3. ง. 8!4 วิธี การที่จะหาร 6 ได้นั้นคือต้องหารได้ทั้ง 2 และ 3 นั่นคือ หากจำนวนใดเป็นจำนวนคู่ก็จะหาร 6 ลงตัวทันที เนื่องจากทุกจำนวนนั้นหาร 3 ลงตัวอยู่แล้ว ดังนั้นคำตอบจึงเป็น 8!4 วิธี
4. ค. 8!9/4 วิธี เริ่มต้นให้ส่ช่องกลางก่อน จะใส่ได้ 9 วิธี แล้วใส่ช่องอื่นๆได้อีก 8! วิธี แต่เนื่องจากแต่ละวิธีจะมีคู่ที่เกิดจากการหมุนทั้งหมด 4 แบบ จึงต้องหารออกด้วย 4 คำตอบจึงเป็น 8!9/4 วิธี
5. ง. 16!/(2!)^8 วิธี ให้ถุงเท้าและรองเท้าของข้างแรกเป็น A,A ให้ข้างที่ 2 เป็น B,B ให้ข้างที่ 3 เป็น C,C ... ให้ข้างที่ 8 เป็น H,H จะได้ว่าเราจะทำการจัดเรียง 16 ช่อง โดยมีตัวซ้ำเป็น 2,2,2,2,2,2,2,2 ดังนั้นจัดเรียงได้ 16!/(2!)^8 วิธี แล้วเวลาแทนกลับเป็นถุงเท้ากับรองเท้านั้น เราก็ให้ A ตัวหน้าเป็นถุงเท้าข้างแรก ให้ B ตัวแรกเป็นถุงเท้าข้างแรก ให้ A ตัวที่ 2 เป็นรองเท้าข้างแรก แบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็เป็นอันเสร็จ ดังนั้นคำตอบของข้อนี้จึงเป็น 16!/(2!)^8 วิธี
Binomial Theorem
ที่มาของสูตร : การจะรู้ที่มาได้นั้นเราต้องรู้วิธีการคูณแบบตะลุยกันก่อน เช่น (x-y)(x-z)(x-yz) เดิมนั้นเราจะใช้วิธีคูณที่ละคู่วงเล็บ เช่นเลือก (x-y)(x-z) มาคูณกันก่อนได้ (x^2 - xz - xy + yz) แล้วนำผลที่ได้ไปคูณกับอีกวงเล็บจนได้ x^3 - x^2z - x^2y + xyz - x^2yz + xyz^2 + xy^2z - y^2z^2 คราวนี้เรามาดูการคูณแบบตลุยรวดเดียวกันมั่ง ให้เราเลือกเอกนามตัวแรกในวงเล็บแรก วงเล็บ 2 และวงเล็บ 3 ถ้ามีอีกก็เลือกอีก แล้วนำเอกนามเหล่านั้น (x,x,x) มาคูณกัน กรณีนี้จะได้ x^3 หลังจากนั้นเลือกวิธีอื่น คือให้ทุกตัวเป็นตัวหน้ายกเว้นตัวสุดท้ายให้เป็นตัวหลัง(x,x,-yz) คูณกันได้ -x^2yz ตัวต่อไปก็เลือกตัวแรกหมดยกเว้นวงเล็บ 2 ให้เลือกตัวหลัง(x,-z,x) คูณกันได้ -x^2z ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจะได้ x^3 - x^2z - x^2y + xyz - x^2yz + xyz^2 + xy^2z - y^2z^2 หากไม่เข้าใจวิธีเลือก เราให้ น หมานถึง หน้า ให้ ล หมายถึง หลัง ลำดับการเลือกคือ (น,น,น) (น,น,ล) (น,ล,น) (น,ล,ล) (ล,น,น) (ล,น,ล) (ล,ล,น) (ล,ล,ล) และหากมีหลายวงเล็บก็ทำใลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ
หากว่าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วไม่รู้เรื่องให้มาถามเราเลย อธิบายด้วยคำพูดจะเข้าใจง่ายกว่าน่ะ จะได้ไม่เสียเวลา
คราวนี้หากเรากระจาย (x+y)^n ออกมาเราจะได้ผลคูณของ (x+y)(x+y)(x+y)... มากมาย เราลองมาดูกรณีน้อยๆก่อนละกัน จะเห็นได้ชัดมาก n = 4 : (x+y)^4 = (x+y)(x+y)(x+y)(x+y) หากว่าเราตะลุยจะได้ (x,x,x,x) + (x,x,x,y) + (x,x,y,x) + (x,x,y,y) + (x,y,x,x) + (x,y,x,y) + (x,y,y,x) + (x,y,y,y) + (y,x,x,x) + (y,x,x,y) + (y,x,y,x) + (y,x,y,y) + (y,y,x,x) + (y,y,x,y) + (y,y,y,x) + (y,y,y,y) ซึ่งหากเราจัดกลุ่มตามจำนวน x จะได้ (x,x,x,x) = x^4 (x,x,x,y) + (x,x,y,x) + (x,y,x,x) + (y,x,x,x) = 4x^3y (x,x,y,y) + (x,y,x,y) + (x,y,y,x) + (y,x,x,y) + (y,x,y,x) + (y,y,x,x) = 6x^2y^2 (x,y,y,y) + (y,x,y,y) + (y,y,x,y) + (y,y,y,x) = 4xy^3 (y,y,y,y) = y^4 ดังนั้นเราจะได้ x^4 + 4x^3y + 6x^2y^2 + 4xy^3 + y^4 คราวนี้หากเรามองว่า x^4 คือการเลือก x มา 4 ตัวจาก 4 วงเล็บ ก็จะเหมือน C(4,4) x^3y คือการเลือก x มา 3 ตัวจาก 4 วงเล็บ ก็จะเหมือน C(4,3) (เนื่องจากที่เหลือต้องเป็น y แน่นอน) x^2y^2 คือการเลือก x มา 2 ตัวจาก 4 วงเล็บ ก็จะเหมือน C(4,2) xy^3 คือการเลือก x มา 1 ตัวจาก 4 วงเล็บ ก็จะเหมือน C(4,1) y^4 คือการเลือก x มา 0 ตัวจาก 4 วงเล็บ ก็จะเหมือน C(4,0)
ดังนั้น วิธีการเลือก x^4 คือ C(4,4) นั่นคือ x^4 จะมีสัมประสิทธิ์เป็น C(4,4) วิธีการเลือก x^3y คือ C(4,3) นั่นคือ x^3y จะมีสัมประสิทธิ์เป็น C(4,3) วิธีการเลือก x^2y^2 คือ C(4,2) นั่นคือ x^2y^2 จะมีสัมประสิทธิ์เป็น C(4,2) วิธีการเลือก xy^3 คือ C(4,1) นั่นคือ xy^3 จะมีสัมประสิทธิ์เป็น C(4,1) วิธีการเลือก y^4 คือ C(4,0) นั่นคือ y^4 จะมีสัมประสิทธิ์เป็น C(4,0)
เราจึงเขียนได้ว่า (x+y)^4 = C(4,4)x^4 + C(4,3)x^3y + C(4,2)x^2y^2 + C(4,1)xy^3 + C(4,0)y^4
คราวนี้หาก (x+y) มี n ตัวก็จะได้ว่า
(x+y)^n = C(n,n)x^n + C(n,n-1)x^(n-1)y + C(n,n-2)x^(n-2)y^2 + ... + C(n,1)xy^(n-1) + C(n,0)y^n
แล้วถ้าเราอยากรู้สัมประสิทธิ์ของ x^iy^j เราก็ดูง่ายๆว่า x^iy^j นั้นมาจาก (x+y)^(i+j) ก็จะได้ว่าสัมประสิทธิ์ของมันคือ C(i+j , i) สูตรนี้เรียกว่าสูตรของปาสคาล
แล้วถ้าเราให้ x=1 และ y=1 จะได้ว่า
2^n = C(n,n)1^n + C(n,n-1)1^(n-1)1 + C(n,n-2)1^(n-2)1^2 + ... + C(n,1)(1)(1^(n-1)) + C(n,0)1^n 2^n = C(n,n) + C(n,n-1) + C(n,n-2) + ... + C(n,1) + C(n,0)
สูตรอื่นๆก็มีหลักมาจากสูตรนี้อีก แต่ตอนนี้ใช้แค่นี้ก็พอ เป็นอันว่า blog นี้ทำสำเร็จแล้วนะครับ
หากเรามีนกพิราบ 4 ตัว และมีรังอยู่ 3 รัง เราจะสรุปได้ว่า จะต้องมีรังใดรังหนึ่งที่มีนกพิราบอย่างน้อย 2 ตัว
หากว่าอ่านข้างบนนี้ไม่รู้เรื่องก็...ปิดไปเลย เอ้ย ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ให้อ่านแต่สีเน้ำเงินละกัน คือมันเป็นสูตรง่ายๆ ใช้ง่าย แต่เข้าใจยากอ่ะ
สูตรที่ 1 ; จัดว่า basic สุดๆเลย คือ หากเรามีนกพิราบ k+1 ตัว และมีรัง k รัง จะต้องมีอย่างน้อย 1 รังที่มีนกพิราบ อย่างน้อย 2 ตัว
เช่น เรามีคน 367 คน จะต้องมีอย่างน้อย 2 คนที่เกิดวันเดียวกัน คิดโดย ให้คน 367 คนเป็นนกพิราบ 367 ตัว และให้วัน 366 วัน เป็นรัง 366 รัง มันก็จะเข้าสูตรเป๊ะๆ
คราวนี้หากว่าเรามีของ 9 ชิ้น ใส่ในกล่อง 4 ใบ ลองใช้เซนส์ดูก็รู้ว่าจะต้องมี 1 กล่องที่มีของอย่างน้อย 3 ชิ้น จึงนำมาสรุปเป็นสูตรทั่วไปได้ว่า สูตรที่ 2 : มีนก n ตัว และมีรัง k รัง จะได้ว่าจะมี 1 รังที่มีนกอย่าน้อย floor[(n-1)/k] +1 โดยที่ floor [ ] หมายถึงปัดเศษที่เป็นทศนิยมทิ้ง เช่น floor [9/2] = 4
ความจริงยังมีเพิ่มเติมอีกเยอะ เด๋วจะมาเติมให้ แล้วช่วยไปดูบล็อกที่ edit แล้วทั้งหลายด้วยนะ เราเปนเงียะแหละ ต้องทำหลายๆรอบ - - เด๋วจะเบื่อ
สูตรของอาจารย์คือ sigma (t(d)) โดยที่ d คือจำนวนเเต็มทุกตัวที่หาร n ลงตัว มาดูวิธีใช้กันก่อน t(d) เรียกว่า tau function มีความหมายว่า "จำนวนของจำนวนเต็มบวกที่หารมันลงตัว" ดูตัวอย่างละกันจะได้เข้าใจมากขึ้น t(5)=2 เนื่องจากมีแค่ 1 กับ 5 t(6)=4 คือมี 1,2,3,6 t(12)=6 คือมี 1,2,3,4,6,12 ถ้าตอนนี้ยังไม่เข้าใจก็ลองมาถามเราหรืออาจารย์ดูละกัน การใช้สูตรนี้คือเราจะใช้ในกรณีที่โจทย์ต้องการความเป็นไปได้ทั้งหมดที่ xyz = n โดยที่ x,y,z>0 หรือ x,y,z < 0 เท่านั้น(บางครั้งเค้าจะใช้คำว่า จงหาจำนวนของผลเฉลยของ xyz=n) เช่น xyz=10 เราก็ดูว่ามีตัวใดบ้างที่เอาไปหาร 10 ได้ลงตัว นั่นก็คือมี 1,2,5,10 เท่านั้น คราวนี้เราก็มาหา t(1)+t(2)+t(5)+t(10) t(1)=1 คือ 1 t(2)=2 คือ 1,2 t(5)=2 คือ 1,5 t(10)=4 คือ 1,2,5,10 เราก็เอา 1+2+2+4 = 9 ถ้าไม่เชื่อก็แจงกรณีดูเองละกัน เหอะๆ ***การเขียนในรูปบทบัญญัติ*** นิยาม --- ถ้า n เป็นจำนวนเต็มบวกใดๆแล้วจะได้ว่า n สามารถเขียนได้ในรูปผลคูณของจำนวนเฉพาะเช่น 2=(2^1) 4=(2^2) 12=(2^2)*(3^1) การเขียนในรูปบทบัญญัติมีประโยชน์อย่างไร? แน่นอนว่ามี ทั้งในวิชาทฤษฎีจำนวนและความน่าจะเป็น ความน่าจะเป็นนั้นเท่าที่นึกออกตอนนี้ก็คือการหาว่ามีจำนวนเต็มกี่ตัวที่หาร n ลงตัว วิธีใช้ เริ่มโดยเขียน n ในรูปบทบัญญัติ แล้วนำดีกรี(เลขยกกำลัง)ของทุกๆตัวมาบวก แล้วก็เอาดีกรีที่บวกแล้วมาคูณกันเช่น 24=(2^3)*(3^1) เราก็นำ (3+1)*(1+1)=8 ดังนั้นจำนวนตัวหารทั้งหมดของ 24 มี 8 ตัว หากต้องการที่มาให้มาถามเราเอา |